Monthly Archives: วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 13:15:18 น.

โครงการต้านภัยไข้เลือดออก

      โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ได้จัดให้มีโครงการต้านภัยไข้เลือดออก โดยใช้มาตรการ 5ป 1ข                                                                                                                                                  

10 สุดยอดอาหารที่ควรทานทุกวัน

1. เบอร์รี่ แม้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะเคยเป็นผลไม้ที่หาทานได้ยากในบ้านเรา แต่ในสมัยนี้เห็นจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีขายกันเกลื่อนตามห้างสรรพสินค้า และท้องตลาดบางแห่งด้วยแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมคะว่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้มากเลยทีเดียว แถมยังมีแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และที่สำคัญ ยังมีวิตามิน C ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณและหวัดอีกด้วย 2. ไข่ไก่ ไข่ไก่เป็นสุดยอดอาหารที่หาง่ายมาก ๆ แถมยังราคาถูกอีกแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมว่า ไข่ไก่นั้นเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง ที่ทำให้คุณได้พลังงานแต่ไม่อ้วน แถมมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา อ้อ แถมยังมีลูทีนที่จะป้องกันผิวคุณจากการทำลายของแสงแดดอีกด้วย 3. ถั่ว ถั่วเป็นแหล่งของเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยในถั่ว 1 ถ้วย จะให้ธาตุเหล็กประมาณ 16 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถั่วยังมีไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ง่ายอีกด้วย 4. อัลมอนต์ แม็คคาเดเมีย และมะม่วงหิมพานต์ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาของนักโภชนาการ พบว่า ผู้ที่รับประทานเมล็ดพืชเหล่านี้จะมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานถึง 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีโอเมก้า 3 เอแอลเอ ที่จะส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีด้วย 5. ส้ม เป็นแหล่งวิตามิน C คุณภาพ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งของแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย และเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว เรียกว่าคุณประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว 6. มันเทศ อาหารที่หาได้ง่าย แถมยังให้ประโยชน์มากมายกับสุขภาพอีก มันเทศเป็นแหล่งเบตาแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยในการบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง คือ มันเทศมีสารต้านมะเร็งสูงอีกด้วยค่ะ […]

วิตามินเอ (Vitamin A) คืออะไร, ประโยชน์, โทษ และอาการเมื่อขาดวิตา

วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา ร่างกายของเราสามารถสะสมวิตามินเอได้นานมาก อาจนานได้ถึง 1 หรือ 2 ปี โดยเก็บไว้ในชั้นเซลล์ไขมัน วิตามินเอมีหน้าที่ช่วยในการมองเห็น การเจริญเติบโตของกระดูก การแบ่งตัวของเซลล์ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ซ่อมแซมผิวของตาและหลอดลมทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายยากขึ้น และยังกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวโดยเฉพาะ lymphocyte ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง หน้าที่ของวิตามินเอ เป็นส่วนประกอบสำคัญของ cornea และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง Beta carotene (หรือ pro vitamin A) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามิน A ในร่างกาย Beta carotene เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอความแก่ได้ ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness) ช่วยให้กระดูก ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง สร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบจุดด่างดำ ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์ ชนิดของวิตามินเอ Retinol เป็นวิตามินเอ ที่พบในสัตว์เช่นตับ นม เป็นวิตามินที่ออกฤทธิ์ได้ทันที Retinol อาจจะเปลี่ยนเป็น Retinal retinoic acid ซึ่งเป็นรูปแบบวิตามินอีกชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ทันที Provitamin […]

รู้ทัน….ป้องกันเมอร์ส

(Middle East Respiratory Syndrome: MERS)                                                                                                                                 หรือ กลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจตะวันออก                     […]

การล้างมือ 7 ขั้นตอน

 

4 คู่อาหารกิน “ต้านแก่”

4 คู่อาหารกิน "ต้านแก่" โยเกิร์ตรสธรรมชาติ+กล้วย = ช่วยดูแลลำไส้ เมื่อกินกล้วยและโยเกิร์ตคู่กัน ร่างกายก็จะได้รับทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติกพร้อมกัน ก็จะ เหมือนการชาร์จแบตเตอร์รี่เพิ่มพลัง food2 แอปเปิ้ล+องุ่น = ตัวช่วยของหัวใจ นักวิจัยชาวอิตาเลียนค้นพบว่า หากกินแอปเปิ้ลหนึ่งผลควบคู่ไปกับองุ่นสักหนึ่งกำมือ สารเควอร์ซิตินใน แอปเปิ้ลจะทำงานร่วมกับสารคาเตชินในองุ่น food3 เนื้อปลา+บร็อกโคลี่ = กินคู่นี้ไกลมะเร็ง เมื่อกิน อาหาร สองชนิดนี้คู่กัน ซีลีเนียมและซัลโฟ-ราเฟนจะช่วยยับยั้งการก่อตัวและการแพร่กระจาย ของเซลล์มะเร็ง ทำให้ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลดลงมากกว่าการกินเดี่ยวๆ ถึง 13 เท่า food4 ถั่วฝักยาว+พริกหวานสีแดง = ป้องกันโลหิตจาง อาหาร ที่มีธาตุเหล็กสูงอย่าง ถั่วฝักยาว คะน้า และ บร็อกโคลี่ แล้ว ควรกินผักที่มีวิตามินซีสูง มากอย่างพริกหวานสีแดง ควบคู่ไปด้วย เพราะหากไม่มีวิตามินซีร่างกายจะดูดซึมธาตุเหล็กจากผักไปใช้ได้ไม่ถึง 10% ขอบคุณเนื้อหาจาก : www.sanook.com ·

พิธียกเสาเอกเรือนพยาบาล

30 มิ.ย58 รร.อนุบาลสุรินทร์ได้ทำพิธียกเสาเอกเรือนพยาบาลใหม่ โดยท่านผู้อำนวยการศิริวัตร บุญประสพให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี รวมทั้งท่านรองผู้อำนวยการทุกท่านและคุณครูทุกท่านที่มาร่วมในพิธีครั้งนี้

การอบรมเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในสถานศึกษา

วันที่ 27-28มิถุนายน 2558 เทศบาลเมืองสุรินทร์ได้จัดให้มีโครงการอบรมเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในสถานศึกษา ตามโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในสถานศึกษา เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ปี2558